มาทำความรู้จักกับ “มะละกอฮอลแลนด์” ทำกำไรหลัก 1 ล้าน

มะละกออะไรทำไมมันถึงได้ราคาดีขนาดนั้น เอาเป็นว่าอย่าฟังเยอะเจ็บหู มาอ่านบ้าง ! สำหรับมะละกอที่ว่านั้นคือมะละกอฮอลแลนด์ แล้วทำไมมันถึงได้ชื่อว่ามะละกอฮอลแลนด์ ก็เพราะว่ามันนำเข้ามาจากประเทศ ฮอลแลนด์นั้นเอง

โดยเมื่อนานมาแล้ว ปี 2543 โดยมีชื่อเรียกหลากหลายมากมาย อาทิ เรดมาราดอร์ เซซากิ ปลักไม้ลาย บ้าง แต่สุดท้าย ติดหูจำง่ายสุดเห็นจะได้นั้นก็คือ “มะละกอฮอลแลนด์” นี้แหละ
โดยมะละกอพันธ์นี้นั้น จะนิยมปลูกมากเลยนะ ในประเทศไทย และอีกอย่างขอบอกว่าเป็นที่ต้องการของตลาดอยากมาก โดยเฉพาะผลที่มันสุก โอ้เห ฟังอย่างงี้แล้วจะบอกให้ว่ามัน เนื้อเนียน ส้มอมแดง หนา หวาน เปลือกของมะละกอจะมีความหนา แถมคุณสมบัติพิเศษของมันนั้นก็คือ ทนทาน ทนทายาท


อีกทั้งยังง่ายต่อการขนส่งอีกต่างหาก เอาเป็นว่า มันครบรสทั้งความแซ่บ แล้วก็ ราคาดีอย่างที่กล่าวมาเลยนะ โดย ทำไมถึงว่าอย่างงั้น เพราะว่า มีการวัดปริมาณกันเลยทีเดียว ว่า
ปริมาณความหวานของเจ้า มะละกอพันธุ์นี้ จะหวานเท่าไหน โดยวัดความหวานมาได้ ที่ความหวานเฉลี่ย 11-13 องศาบริกซ์ กันเลยทีเดียว

โดยหากมีการดูแลบำรุงดีๆ โดยการให้ปุ๋ยและน้ำอย่างสม่่ำเสมอ เหมาะสมแล้วนั้น รู้มั้ยไม่ใช่ว่าเวอร์ มะละกอฮอลแลนด์เนี่ยสามารถผลิต ผลผลิตได้สูงมากถึงต้นละ 100 กิโลกรัม ตลอดอายุการเพาะปลูก


หลังจากปลูกได้ 9 เดือนก็สามารถจำหน่วยลูกสุกผลสุก ได้สบายๆ โดยให้เลือกเก็บ ผลที่สุก 5-10 เปอร์เซ็นต์ ผิวของผลที่สุกนั้นสังเกตุง่ายๆ มันจะมีแต้มสีเหลืองปรากฎอยู่บนผลนั้น ราวๆ 2-3 แต้ม โดยน้ำหนักเฉลี่ยแล้วนั้น จะมากถคง 0.8-1.2 กิโลกรัมต่อผล นับว่าเป็นผลผลิตที่สุดยอดมากสำหรับผลไม้ ที่เรียก “มะละกอฮอลแลนด์” นี้

การปลูกนั้นบอกเลยง่ายมาก เราสามารถที่จะปลูกได้เกือบทุกสภาพพื้นที่ เลย ยกเว้นแต่พื้นที่ ที่มีน้ำขังเป็นบริเวณ ส่วนสำหรับดินนั้นเราควรเลือก ดินที่เป็นดินเหนียวปนทราย

Loading...

ที่ปรึกษาด้านมะละกอกล่าวว่า มะละกอนั้นสามารถปลูก 1 ไร่ โดยหากมีการเจริญเติบโตแล้วนั้น จะมากถึง 200 ต้น ใน 1 ไร่เลยทีเดียว โดยแต่ละต้นจะให้ผลผลิตสูงถึง 50 ลูก เพียงแค่ขายลูกละ 10 บาท จะสามารถสร้างกำไรให้ได้ปีละเฉลี่ย 100.0000 บาท เลยทีเดียว และที่สำคัญหากผลผลิตในช่วงปลายปี ก็จะสามารถทำราคาได้สูงถึง กิโลกรัมละ 30-35 บาทเลย เท่ากับการดับเบิ้ลรายได้เป็นหลายเท่าตัว


สำหรับใครที่สนใจแล้วนั้นสามารถปลูก หลายไร่ได้เลย โดยเฉลี่ยนนั้น เพียงแค่ 5 ไร่ ก็สามารถทำเงินได้ขั้นต่ำได้ 500,000 ต่อปีง่ายๆเลย ยืนยันจากเกษตรกรที่ปลูก และประสบความสำเร็จกันถ้วนหน้า ยืนยันว่ามีรายได้จริง เป็นรายได้หลักเลี้ยงชีพแบบถาวร โดยขั้นต่ำ ยังไงไม่ได้ก็ 100,000 ต่อไรอยู่แล้ว

สำหรับการลงทุนนั้นไม่แพงเพราะ ลงทุนแค่ไร่ละ 15,000 บาท ก็สามารถที่จะปลูกได้เลย แต่สำหรับผู้ที่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำอาจจะมีการต้องลงทุนเพิ่มสักหน่อย แต่หากหักทุน
กำไรแล้วนั้นยังไง ก็สามารถสร้างรายได้ก้อนโตได้อยู่ดี

โดยอันดับแรกให้ดูว่าเราควรจะปลูกที่ไหน โดยปัจจัยดินนั้นสำคัญ ต้องดูแลเป็นอันดับแรก ควรปลูกที่ดอน และเสี่ยงต่อน้ำท่วงขัง และที่สำคัญหากมีบ่อน้ำ
จะสามารถเซฟๆ ได้เยอะเลยทีเดียว แถมยังสามารถปลูกได้ตลอดปีอีกด้วย หรือแม้แต่กระทั้งอยู่บริเวณริมห้วยนั้นจะดีเช่นกัน เพราะจะมีน้ำใช้ตลอดทั้งปีในการปลูก ใครฟัง
ตรงนี้ก็ตาลุกวาวแน่นอน ดังนั้นเราจะรออะไรละครับท่านผู้ท่าน Magazineasp นำเสนอขนาดนี้ ไม่ลองปลูกกันบ้างก็แย่แล้วแบบนี้

เพิ่มเติมหากมีการปลูกสอดคล้องกับฤดูการขายแล้วก็จะสามารถสร้างราคาได้สูง เราควรเพาะเม็ดในเดือน มกราคม ในช่วงกลางเดือน และ ย้ายกล้ามากลางเดือนมีนาคม
จะทำให้ได้ผลผลิตสุทธิในเดือนตุลาคม ซึ่งระยะเวลาการขายจะเป็นนาทีทองของการขายเลยทีเดียว เพราะแทบไม่มีการแข่งขัน โอกาสช่องทางนี้ไปได้อีกใกล้ดังนั้นใครคว้าไว้ก็รีบเลยจ้า

Facebook Comments

ATHIPAT SAHAPACHUDA

ชอบอ่านหนังสือ โดยเฉพาะ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ปรัญชา ความสำเร็จ